นายวิเชียร บุญมาก ผู้อำนวยการโรงเรียน  ได้อ่านสารเนื่องในวันสันติภาพสากล และสงบนิ่ง 1 นาที โดยมีคณะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน โรงเรียนห้วยทับทันวิทยาคม

ประวัติวันสันติภาพโลก         
แต่เดิมวันสันติภาพโลกไม่ได้มีวันที่แน่นอนอย่างในปัจจุบัน โดยในปี ค.ศ. 1981 คณะกรรมการสหประชาชาติได้ประกาศมติที่รับรองโดยคอสตาริกา ให้ทุกวันอังคารที่ 3 ของเดือนกันยายน ซึ่งเป็นวันเปิดประชุมสามัญ เป็นวันสันติภาพโลกหรือวันสันติภาพสากล เพื่อให้ความสำคัญกับสันติภาพ

          แต่หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 2001 หรืออีก 20 ปีต่อมา ก็มีมติใหม่จากสหราชอาณาจักรและคอสตาริกา กำหนดให้วันที่ 21 กันยายนของทุกปี เป็นวันยุติการสู้รบและประกาศให้เป็นวันสันติภาพโลก หรือวันสันติภาพสากล (The International Day of Peace) เพื่อขอให้ประชาชนทุกประเทศหยุดยิง ลดใช้ความรุนแรงกันทั่วโลกและหยุดการทำสงครามตลอดทั้งวัน รวมทั้งมีการเชิญประเทศสมาชิก หน่วยงานต่าง ๆ มางานเฉลิมฉลองและร่วมมือกันสร้างสันติภาพทั่วโลก และกำหนดให้ ค.ศ. 2001-2010 เป็นทศวรรษสากลเพื่อวัฒนธรรมสันติภาพและความไม่รุนแรงเพื่อเด็กของโลก โดยมีจุดมุ่งหมาย 6 ประการ ดังนี้

         1. ให้ความเคารพต่อชีวิตทั้งมวล เคารพชีวิตและศักดิ์ศรีของแต่ละบุคคล โดยไม่แบ่งชนชั้นหรือลำเอียง

         2. ไม่ใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะต่อเด็กและเยาวชน

         3. แบ่งปันกับผู้อื่นอย่างมีน้ำใจ เพื่อขจัดการแบ่งแยก ความไม่ยุติธรรม และการกดขี่ทางการเมืองและเศรษฐกิจ

         4. รับฟังเพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อกัน เคารพเสรีภาพในการแสดงออก และยอมรับความแตกต่างทางวัฒนธรรม

         5. สงวนรักษาผืนโลก ฝึกดำเนินชีวิตอย่างรับผิดชอบและเคารพต่อทุกชีวิตในโลก เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติบนผืนโลก

         6. สร้างความสมานฉันท์ เคารพต่อหลักการประชาธิปไตย และให้โอกาสทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะสตรี

          โดยจุดมุ่งหมายทั้ง 6 ประการ มีเป้าหมายให้ผู้คนในสังคมทุกกลุ่มอายุได้ตระหนักถึงความสำคัญของสันติภาพภายใน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของวัฒนธรรมสันติภาพที่เกิดจากความสงบเงียบภายในจิตใจของแต่ละคน เพื่อให้เราได้รู้จักตนเองและแหล่งพลังชีวิตที่สามารถใช้ปัญญาเป็นเครื่องชี้นำทางในการขจัดทุกข์และสร้างสันติสุขให้แก่ตนเองรวมทั้งแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กับผู้อื่น
 
คำขวัญวันสันติภาพโลก

          นอกจากในวันนี้ของทุกปีจะเป็นวันที่ทุกคนหยุดใช้ความรุนแรง รวมทั้งจัดกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงความสำคัญแล้วนั้น ทางสหประชาชาติยังได้กำหนดคำขวัญในแต่ละปี เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติอีกด้วย เช่น
          ในปี 2007 สหประชาชาติได้มีคำขวัญไว้ว่า “สันติภาพ คือ เป้าหมายสูงสุดของสหประชาชาติ” (Peace is the United Nations’ highest calling)
          ในปี 2008 สำนักงานสหประชาชาติ ในติมอร์-เลสเต ได้ตั้งคำขวัญสำหรับวันสันติภาพสากลในติมอร์-เลสเต ว่า “คุณทำอะไรเพื่อสันติภาพหรือเปล่า” (What are you doing for peace?)
          ในปี 2009 สหประชาชาติได้มีคำขวัญไว้ว่า “เราต้องปลดอาวุธเพื่อทำเครื่องหมายสู่การนับถอยหลัง 100 วัน ซึ่งนำไปสู่วันสันติภาพสากลที่ 21 กันยายน” (WMD-We Must Disarm to mark the 100-day countdown which lead to the International Day of Peace on 21 September)
          ในปี 2010 สหประชาชาติได้มีคำขวัญไว้ว่า “สันติภาพ = ในอนาคต, คณิตศาสตร์เป็นเรื่องง่าย”(Peace=Future, The math is easy)
          ในปี 2011 สหประชาชาติได้มีคำขวัญไว้ว่า “สันติภาพและประชาธิปไตย : ทำให้เสียงของคุณได้ยิน”(Peace and Democracy : make your voice heard)
          ในปี 2012 สหประชาชาติได้มีคำขวัญไว้ว่า “สันติภาพที่ยั่งยืน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” (Peace and Democracy : make your voice heard)
          ในปี 2014 สหประชาชาติได้มีคำขวัญไว้ว่า “สิทธิของประชาชนเพื่อสันติภาพ” (Right of Peoples to Peace)
          ในปี 2015 สหประชาชาติได้มีคำขวัญไว้ว่า “ความร่วมมือเพื่อสันติภาพและศักดิ์ศรีเพื่อทุกคน” (Partnerships for Peace – Dignity for All)

          ในปี 2016 สหประชาชาติได้มีคำขวัญไว้ว่า “The Sustainable Development Goals : Building Blocks for Peace”                         ในปี 2017 สหประชาชาติได้มีคำขวัญไว้ว่า “Together for Peace: Respect, Safety and Dignity for All”
          ในปี 2018 สหประชาชาติได้มีคำขวัญไว้ว่า “The Right to Peace – The Universal Declaration of Human Rights at 70”

วันสันติภาพโลก

สัญลักษณ์ของสันติภาพ

          ภาพของนกพิราบคาบกิ่งมะกอก คงเป็นภาพที่หลายคนคงเห็นผ่านตากันมาบ้างแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าภาพนกพิราบคาบกิ่งมะกอกนั้น ถือเป็นสัญลักษณ์สากลของสันติภาพ เนื่องจากชาวตะวันตกเชื่อว่านกพิราบเป็นวิญญาณของพระผู้เป็นเจ้า เป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์ตามพระคัมภีร์ไบเบิล และยังเป็นสัญลักษณ์ของนักเรียกร้องสิทธิมนุษยชนรวมทั้งแสดงถึงวิชาชีพสื่อสารมวลชน เพราะนกพิราบมีความสามารถในการจดจำเส้นทางได้อย่างแม่นยำ ผู้คนจึงใช้นกพิราบในการสื่อสาร ส่วนกิ่งมะกอกเป็นสิ่งที่ชาวกรีกโบราณใช้ในพิธีสำคัญ เป็นมงกุฎสวมให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งและมอบให้ผู้ชนะในการแข่งกีฬาโอลิมปิกอีกด้วย

             ในวันที่ 21 กันยายน 2561  ช่วงเช้ากิจกรรมหน้าเสาธง  ผู้อำนวยการ นายวิเชียร บุญมาก  ได้อ่านสาร เนื่องในวันสันติภาพสากล และสงบนิ่ง 1 นาที โดยมีคณะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน โรงเรียนห้วยทับทันวิทยาคม ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Statistics

All today visits 164
All yesterday visits 379
All last week visits 2452
All last month visits 9872
All last year visits44568
Today visits 8
All visits 4196
shares